จอห์น โอบี มิเกล อดีตนักเตะทีมชาติไนจีเรียและเชลซี ประกาศแขวนสตั๊ด

จอห์น โอบี มิเกล

จอห์น มิเกล โอบี อดีตนักเตะทีมชาติไนจีเรียและเชลซี อำลาวงการฟุตบอลแล้วด้วยวัย 35 ปี โดยประกาศด้วยตัวเองว่า “พอใจมากกับทุกสิ่งที่ทำได้” ตลอด 18 ปีในเส้นทางอาชีพ มิดฟิลด์รายนี้ซึ่งชูถ้วยแชมเปียนส์ลีกกับเชลซีในปี 2012 ติดทีมชาติไนจีเรียไป 89 นัดและช่วยซูเปอร์อีเกิลส์คว้าแชมป์แอฟริกาคัพออฟเนชั่นส์ปี 2013 ก่อนจะเกษียณจากฟุตบอลต่างประเทศในปี 2019

ไฮไลท์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขาคือ 11 ปีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ คว้าถ้วยรางวัลมาครอง แม้ว่าต้องใช้เวลาถึงเกมที่ 185 ที่สโมสรจะทำประตูแรกได้ก็ตาม

เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 249 นัดให้กับสโมสรลอนดอน ช่วยเชลซีคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย และลีก คัพ 2 สมัย จนกระทั่ง คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในปี 2012

“มีคำกล่าวที่ว่า ‘สิ่งดีๆ ทั้งหมดต้องจบลง’ และสำหรับอาชีพนักฟุตบอลอาชีพของผม วันนั้นคือวันนี้”  จอห์น โอบี มิเกล กล่าวในอินสตาแกรม

“ผมมองย้อนกลับไปในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาในอาชีพการงานของผม และผมต้องบอกว่าผมพอใจมากกับทุกสิ่งที่ทำได้ และที่สำคัญกว่านั้นคือมนุษย์ที่มันช่วยสร้างตัวตน”

จอห์น โอบี มิเกลเพิ่งอยู่กับ คูเวต เอสซี เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ออกจากสโมสรเมื่อหลังจากผ่านไปเพียงห้าเดือน มิดฟิลด์รายนี้เริ่มค้าแข้งในยุโรปกับ ลิน ออสโล สโมสรในนอร์เวย์ ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องการย้ายทีมสุดอลหม่านเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด กับเชลซี แย่งลายเซ็นของเขาตอนเป็นวัยรุ่น

หนึ่งในการเซ็นสัญญาที่น่าสับสนที่สุดของวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คือการที่ มิเกล เซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2005 ซึ่งเป็นปีที่เขาคว้ารางวัลซิลเวอร์ บอล จากการแข่งขันฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ก่อนจะบอกว่าเขาถูกกดดันให้ทำเช่นนั้น ในที่สุดเขาก็เข้าร่วมกับเชลซีในปีต่อไป โดยอยู่จนถึงปี 2017 จากนั้นเขาเล่นให้กับเทียนจิน เทนด้า สโมสรในจีน และสโมสร แทร็บซอนสปอร์ ในตุรกี ก่อนที่จะลงเล่นใน แชมเปียนส์ชิพ กับ มิดเดิลสโบรห์ และ สโต๊ค ซิตี้

“ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากการสนับสนุนอย่างไม่เปลี่ยนแปลงจากครอบครัว ผู้จัดการ สโมสร โค้ช เพื่อนร่วมทีม และที่สำคัญที่สุดคือแฟน ๆ ที่ภักดีของผม” เขากล่าวเสริม “คุณสนับสนุนผมทั้งช่วงเวลาที่ดี และเวลาที่แย่ และแม้ในวันที่ผมไม่ได้ทำตามความคาดหวังของคุณ “ผมขอบคุณมาก”