ตารางคะแนนเคลีก

     การแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเกาหลีใต้ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า “เคลีก” (K–League : Korean Football League) ซึ่งมี 12 ทีมชั้นนำห้ำหั่นกันสุดมันส์เพื่อหวังจะได้เป็นทีมอันดับที่ 1 ของตารางคะแนนเคลีก โดยกีฬาฟุตบอลถือเป็นกีฬายอดฮิตของคนเกาหลีใต้มานาน ซึ่งสมาคมฟุตบอลของเกาหลีใต้ได้ก่อตั้งการแข่งขันฟุตบอลลีกครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2526 ใช้ชื่อว่า ซูเปอร์ลีก โดยเริ่มต้นมีเพียง 5 ทีมเท่านั้นซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลแบบกึ่งอาชีพ ต่อมาในปีพ.ศ. 2537 สมาคมฟุตบอลของเกาหลีใต้ได้มีการปรับรูปแบบลีกใหม่และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เคลีก” และมีทีมเข้าแข่งขันมากขึ้นจาก  5 ทีมเป็น 14 ทีม โดยแข่งขันกันแบบพบกันหมดแบบเหย้า-เยือนและนับคะแนน โดยทีมอันดับที่ 1 ของตารางคะแนนเกาหลีเพื่อหาทีมชนะเลิศ ต่อมาในปีพ.ศ.2556 ได้มีการปรับโครงสร้างของลีกโดยแบ่ง 2 ลีก นั่นคือ เคลีก 1 มีจำนวน 12 ทีมและเคลีก 2 มีจำนวน 10 ทีม โดยมีการตกชั้นและเลื่อนชั้น ทีมที่ได้อันดับที่ 1 และ 2 ของตารางเคลีก 2 จะได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ เคลีก 1 ส่วนทีม 2 อันดับสุดท้ายของตารางคะแนน เกาหลีจะต้องตกชั้นไปเล่นเคลีก 2  ส่วนเคลีก 1 ทีมที่ได้ 6 อันดับแรกของตารางคะแนนฟุตบอลเกาหลีใต้ จะได้สิทธิ์เข้าไปแข่งขันกันต่อในรอบเพลย์ออฟเพื่อหาทีมผู้ชนะเลิศคว้าแชมป์ไปครองในฤดูกาลนั้น

ตารางคะแนนเคลีก

ตารางคะแนนเคลีกรายงานผลแบบเรียลไทม์

     การแข่งขันฟุตบอลลีกของประเทศเกาหลีใต้ เป็นที่รู้จักของคนไทยตั้งแต่ยังเป็นการแข่งขันแบบกึ่งอาชีพกึ่งสมัครเล่น นั่นคือการแข่งขันฟุตบอล “ซูเปอร์ลีก” โดยทีมลักกี้ โกล์ดสตาร์ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นทีมเอฟซี โซล ซึ่งเป็นทีมระดับชั้นนำของตารางคะแนนลีกเกาหลีในสมัยนั้นได้เซ็นสัญญาคว้าตัว ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กองหน้าทีมชาติไทยผู้โด่งดังในยุคนั้นไปร่วมทีมลักกี้ โกล์ดสตาร์ในช่วงปี พ.ศ.2527-2529  โดย ปิยะพงษ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการนำทีมลักกี้ โกล์ดสตาร์ คว้าแชมป์ลีกของเกาหลีใต้ไปครองเมื่อปี พ.ศ. 2528 การที่ ปิยะพงษ์ ได้ไปร่วมเล่นในฟุตบอลลีกของประเทศเกาหลีใต้ ทำให้กระแสความนิยมของฟุตบอลลีกเกาหลีใต้สูงมากยิ่งขึ้น และทำให้แฟนบอลคนไทยได้ติดตามความมันของฟุตบอลลีกของเกาหลีใต้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่หลังจากที่ปิยะพงษ์หมดสัญญากับทีมลักกี้ โกล์ดสตาร์ไปก็ไม่มีนักเตะของไทยได้ไปเล่นในลีกฟุตบอลของเกาหลีใต้ จนเวลาผ่านไป 35 ปี เมื่อปี พ.ศ.2564 ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส ทีมระดับหัวตารางคะแนนของเกาหลีใต้และประสบความสำเร็จมากสุดคว้าแชมป์เค ลีกได้มากที่สุดถึง 8 สมัย ได้คว้าตัว ศศลักษณ์ ไหประโคน กองหลังทีมชาติไทยของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปเล่นให้ด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือน และ ศศลักษณ์ สามารถพาทีมชุนบุค ฮุนได มอเตอร์สคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ จึงเป็นเหมือนการเปิดประตูของนักเตะไทยอีกครั้งที่จะได้เดินตามรอยของทั้ง ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน และศศลักษณ์ ไหประโคน ที่จะได้ไปค้าแข้งในประเทศเกาหลีใต้ต่อไป

     ในฤดูกาลปัจจุบันนี้ ทีมอุลซาน ฮุนได กำลังขึ้นเป็นทีมนำของตารางคะแนนเคลีก และพร้อมที่จะโค่นบัลลังก์ของทีมชุนบุค ฮุนได มอเตอร์สที่คว้าแชมป์มาต่อเนื่องกัน 5 ปีติดต่อกันให้ได้ ทำให้การแข่งขันในฤดูกาลนี้น่าติดตามและถือได้ว่า ลีกเกาหลีใต้ มีความมันไม่แพ้ลีกใดในเอเชียไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลเจลีกของประเทศญี่ปุ่นและซุปเปอร์ลีกไชน่า ของประเทศจีน เนื่องจากว่าการแข่งขันฟุตบอลเคลีก เป็นสนามประลองของ12 ทีมชั้นนำของตารางคะแนนฟุตบอลพร้อมจะห้ำหั่นกันเพื่อคว้าแชมป์มาครองให้ได้  โดยทีมอุลซาน ฮุนไดมี เลโอนาร์โด้ กองหน้าจากบราซิลเป็นตัวทีเด็ดในการทำประตู ส่วนทีมชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส มีกุสตาโว่ ดาวซัลโวชาวบราซิลเป็นตัวอันตรายในการล่าตาข่ายทีมคู่แข่ง ไม่ใช่แค่มีแต่นักเตะต่างชาติที่มาสร้างสีสันให้กับการแข่งขันฟุตบอลเคลีกเท่านั้น นอกจากนี้แต่ละทีมที่เป็นทีมชั้นนำของตารางคะแนนเกาหลียังมีนักเตะดาวรุ่งของเกาหลีใต้ที่พร้อมจะแจ้งเกิด และอาจจะได้ถูกส่งออกไปเล่นในระดับฟุตบอลลีกในทวีปยุโรป อย่างเช่น ซน ฮึง มิน ที่เคยโด่งดังกับทีมเอซี โซลมาก่อนที่จะได้ไปค้าแข้งในบุนเดสลีกากับทีมฮัมบูรกและไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และมาโด่งดังเป็นพลุแตกกับทีม”ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส ทีมดังของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่ง ซน ฮึง มิน ถือเป็นผลผลิตจาก เคลีก ที่ยังมีนักเตะดาวรุ่งอีกหลายคนพร้อมจะแจ้งเกิด ดังนั้นฟุตบอลเค ลีก ถือเป็นลีกฟุตบอลที่ได้รับการยอมรับว่า มีมาตรฐานสูงแห่งหนึ่งของทวีปเอเชีย  และมีความสุกสนานเร้าใจไม่แพ้ลีกใดในทวีปเอเชีย ต้องติดตามกันต่อไปว่าในฤดูกาลใหม่นี้ ทีมใดจะได้เป็นอันดับที่ 1 ของลีกเกาหลีใต้ และทีมใดจะได้คว้าแชมป์ฟุตบอลเคลีกไปครองได้ในฤดูกาลนี้  คนที่เป็นคอฟุตบอลของทวีปเอเชียไม่ควรพลาดชมฟุตบอลเคลีก รับรองได้ว่าเมื่อได้ชมแล้วจะมันถึงใจคอบอลคนไทยอย่างเรา