ตารางคะแนนสวีเดนออลสเวนส์คาน

10 เรื่องที่น่ารู้ของตารางคะแนนฟุตบอลสวีเดนออลสเวนส์คาน

ความที่ประเทศสวีเดนตั้งอยู่ในพื้นที่ยุโรปเหนือ ใกล้กับขั้วโลก อากาศหนาวจัดในฤดูหนาว ทำให้พวกเขาวางโปรแกรมเตะในตารางคะแนนสวีเดน “ตามปีปฏิทิน” เริ่มต้นฤดูกาลต้นปี จบปลายปี ไม่เหมือนลีกยุโรปรายอื่นที่ควบสองปีเป็น 1 ซีซั่น (เช่น พรีเมียร์ลีก 2022/23) โดยซีซั่นนี้ 2022 เริ่มสาดแข้งกันมาตั้งแต่ 2 เมษายน จนถึงตอนนี้เตะกันไปแล้ว 24-25 นัด และจะได้ทุกบทสรุปปิดฉากซีซั่นลงในวันที่ 6 พฤศจิกายน หรือก็คือก่อนฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ จะเริ่มขึ้น 2 สัปดาห์

  1. ปีระมิด 8 ชั้น

“ออลสเวนส์คาน” (Allsvenskan) หมายถึง “สวีดิชล้วนๆ” หรือ All-Swedish ซึ่งนี่คือลีกเก่าแก่อายุปริ่มจะครบ 100 ปีอยู่รอมร่อ (98) โดยนับเป็นยอดบนสุดของปีระมิดบอลสวีเดน ที่เรียงลำดับกันอย่าง (จากบนสุดลงล่างสุด) ออลสเวนส์คาน > ซูเปอร์เร็ตเท่น > เอ็ตตัน > ดิวิซิออน 2 > ดิวิซิออน 3 > ดิวิซิออน 4 > ดิวิซิออน 5 > ดิวิซิออน 6 > ดิวิซิออน 7 > ดิวิซิออน 8 ในขณะที่บอลถ้วยก็มีชื่อเฉพาะว่า “สเวนส์ก้า คูเพน” หรือก็คือ เอฟเอ คัพ ของชาติอื่นๆ

  1. โควตาของสวีเดน

ตั้งแต่ 2008 เป็นต้นมาที่ตารางคะแนนลีกสวีเดน แข่งขันกันในจำนวน 16 ทีม เตะกัน 30 แมตช์ต่อซีซั่น โดยเป็นระบบลีกเรียบง่าย ไม่มีเพลย์ออฟชิงแชมป์เพิ่มเติม (แต่มีเพลย์ออฟหนีตกชั้น) โดยทีมแชมป์ได้สิทธิ์ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกรอบแรก, อันดับ 2-3 ไปเล่น ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบคัดเลือกรอบสอง ด้าน 2 อันดับสุดท้าย 15-16 ตกชั้นสู่สวีเดนซูเปอร์เร็ตเท่น โดยอัตโนมัติ บวกกับอันดับ 14 เพลย์ออฟชี้ชะตาอยู่หรือไปกับอันดับ 3 ของลีกรอง

  1. มัลโม่ : เบอร์ 1 ยอดนักปั้น

มัลโม่ เอฟเอฟ หรือชื่อเต็ม มัลโม่ ฟุตบอลโฟเรนิ่ง จัดเป็นหนึ่งในสาม “บิ๊กทรี” แห่งตารางคะแนนสวีเดนออลสเวนส์คาน (ร่วมกับ เอไอเค และ โกเตบอร์ก) แต่ก็พูดได้ว่า พวกเขาคือ “เบอร์ 1” ที่แท้ทรูของลีกสวีเดน จากการครองแชมป์ลีกได้สูงที่สุดถึง 22 สมัย และเป็นแชมป์มาใน 2 ซีซั่นหลังสุด 2020 กับ 2021 ด้วย นอกจากนั้นยังเป็นสโมสรที่ปั้นแข้งชั้นยอดขึ้นประดับวงการได้เพียบ เช่น มาร์ติน ดาห์ลิน, สเตฟาน ชวาร์ซ, พาทริค อันเดอร์สสัน หรือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

  1. เอไอเค : เจ็บนี้อีกนาน

เอไอเค หรือ Allmanna Idrottsklubben พลาดแชมป์ลีกสวีเดนซีซั่นที่แล้วอย่างสุดเจ็บปวด เมื่อจบด้วยการมีแต้มเท่า มัลโม่ 59:59 แต่แพ้เรื่องประตูได้เสียที่ตามหลัง 8 ลูกเท่านั้น จนนับเป็นรองแชมป์ครั้งที่ 17 มากกว่าที่ได้แชมป์มา 12 สมัย

  1. โกเตบอร์ก…หรือ…โกเตนเบิร์ก?

เจ้าของแชมป์ลีก 18 สมัยอย่าง ไอเอฟเค โกเตบอร์ก สร้างความสับสนพอตัวในหมู่แฟนๆ ว่าจะเรียกว่า โกเตนเบิร์ก หรือ โกเตบอร์ก ซึ่งก็ต้องจิ้มไปที่ชอยส์หลังว่าถูกต้องมากกว่า ซึ่งอันที่จริง ทั้งสองก็เป็นชื่อเดียวกันนั่นแหละ ต่างแค่การใช้ในภาษาอังกฤษ (โกเตนเบิร์ก) กับสวีดิช (โกเตบอร์ก) เท่านั้นเอง

  1. เยอร์การ์เด้นส์ : ทีมชาวกรุงและชาวเกาะ

กรุงสต็อกโฮล์ม เป็นเมืองหลวงของสวีเดน และเป็นเมืองที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นเอกลักษณ์ ประกอบกันขึ้นจากเกาะแก่งเล็กใหญ่บนทะเลสาปเมลาเรน (ไหลสู่ทะเลบอลติก) ซึ่งหนึ่งในเกาะแก่งเหล่านั้นก็คือ เกาะเยอร์การ์เด้นส์ โดยที่เกาะแห่งนี้มีสโมสรฟุตบอลเก่าแก่อายุ 131 ปีอย่าง เยอร์การ์เด้นส์ ตั้งอยู่

  1. ฮัมมาร์บี้ : ใหญ่คับทวีป

แม้ ฮัมมาร์บี้ จะมีแชมป์ลีกติดมือแค่ 1 สมัย แต่นี่คือหนึ่งในสโมสรที่ “ใหญ่ที่สุด” ในยุโรป ไม่ใช่เรื่องของชื่อเสียงแต่เป็น “ขนาดทีม” โดยมีการเก็บจำนวนเมื่อปี 2018 ว่า ฮัมมาร์บี้ มีนักเตะอยู่ในทีม ในทุกชุดของอะคาเดมี่และทีมอาชีพ ทั้งทีมชายและทีมหญิง รวมกันกว่า 3,500 คนทีเดียว

  1. นอร์โคปิ้ง : อริมัลโม่

อดีตต้นสังกัดของตำนานแข้งสวีดิชอย่าง กุนนาร์ นอร์ดาห์ล และ นีลส์ ลีดโฮล์ม ประสบความสำเร็จด้วยดีกับแชมป์ลีก 13 สมัย แต่แทบทั้งหมดเกิดขึ้นในยุคโบราณทีวีขาวดำ แชมป์หนสุดท้ายคือปี 2015 แล้วทั้งที่อยู่กันคนละเมือง แต่ก็กลับมีคู่อริเป็น มัลโม่ จนการเจอกันของพวกเขาได้ชื่อว่าเป็น “ดาร์บี้แรงงาน” (The Working Class Derby)

  1. ฮัคเค่น : จากท้ายสู่หัว

บีเค ฮัคเค่น อีกหนึ่งตัวแทนจากเมืองโกเตบอร์ก เจียนอยู่เจียนไป หวิดจะตกชั้นในซีซั่นที่แล้วอยู่รอมร่อ ด้วยการจบอันดับ 12 ตารางคะแนนลีกสวีเดน เหนือกลุ่มตกชั้นแค่ 4 แต้ม แต่มาซีซั่นนี้พวกเขาพลิกชะตาได้อย่างน่าทึ่ง ยืนรองจ่าฝูงหลังผ่านไป 24 นัด มีลุ้นแชมป์เต็มตัวอีกราย

  1. ที่นี่…ชอบของเทียม

สนามของบรรดาทีมในออลสเวนส์คาน มีความจุตั้งแต่เล็กจิ๋ว 4,500 ที่นั่ง (พาร์คเบิร์กสวัลเลน ของ วาร์เบิร์ก) ไปจนถึงไซส์ยักษ์ 50,000 กว่าที่นั่ง (เฟรนด์ส อารีน่า ของ เอไอเค) แต่ในจำนวน 16 สังเวียนของพวกเขา น่าสนใจว่ามีถึงเกือบครึ่ง หรือ 7 แห่ง ที่ใช้ “หญ้าเทียม” ปูพื้นสนาม (ฮัคเค่น, ซุนด์สวาลล์, ซิริอุส, นอร์โคปิง, เอล์ฟสบอร์ก, เยอร์การ์เด้นส์, ฮัมมาร์บี้) โดยแม้สนามหญ้าเทียมจะดูแลรักษาง่ายกว่า แต่ก็ส่งผลกระทบกับรูปแบบการเล่นได้ รวมถึงอาจสร้างผลเสียต่อร่างกายนักเตะได้ง่ายกว่าด้วย