ตารางคะแนนไอซ์แลนด์พรีเมียร์ลีก Besta deild karla

อยู่อย่างเงียบๆ ไม่มีปากมีเสียงอะไรมากตารางคะแนนไอซ์แลนด์ อย่างยาวนานถึง 111 ปีเข้าไปแล้ว ไอซ์แลนด์พรีเมียร์ลีก สร้างร่างลีกเป็นครั้งแรกในปี 1912 โดยหลังจากเป็นที่รู้จักในชื่อ The Pepsi Max League ในหลายปีช่วงหลัง ก็เพิ่งจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ เบสต้า เดลิด คาร์ล่า (Besta deild karla หมายถึง Men’s Best Division) ในซีซั่น 2022 นี้เท่านั้น

  • ระบบการแข่งขันลีกไอซ์แลนด์

ความที่เป็นประเทศเล็กๆ แถบยุโรปเหนือ (สแกนดิเนเวีย) ไซส์เล็กกว่าไทยประมาณ 5 เท่า ทำให้สมาชิกของลีกสูงสุด มีแค่ 12 สโมสร เตะจบภายใน 5-6 เดือน หรือเมษายนจนถึงตุลาคมโดยประมาณ

การเปลี่ยนชื่อเกิดขึ้นพร้อมกับเปลี่ยนระบบการแข่งขันเล็กน้อย จากลีกปกติที่เตะกัน 22 เกมจบ ซีซั่นนี้มีการใส่ระบบเพลย์ออฟ ครึ่งบนเพลย์ออฟชิงแชมป์ ครึ่งล่างเพลย์ออฟหนีตกชั้น เพิ่มขึ้นมาด้วย ทั้งนี้ 2 อันดับสุดท้ายของโซนเพลย์ออฟหนีตกชั้น จะร่วงลง ลีก 1. Delid Karla ต่อไป

12 สโมสรแห่งตารางคะแนนลีกไอซ์แลนด์

ไม่ต้องคัดเอาแค่ 10 ในเมื่อ 12 สโมสรก็ครบถ้วนแล้วสำหรับตารางคะแนนลีกไอซ์แลนด์ ทั้งนี้ หลายๆ ทีมนิยมใช้ตัวย่อภาษาอังกฤษเป็นชื่อเรียก อันเนื่องมาจากชื่อเต็มๆ ของพวกเขาเป็นภาษาไอซ์แลนดิกที่อ่านออกเสียงแสนจะยากเย็นนั่นเอง 

  • ไบรดาบลิค (Breidablik)

พลาดแชมป์ลีกซีซั่นที่แล้วอย่างเจ็บปวด แพ้ ไวกิงกูร์ เรคยาวิค แค่แต้มเดียว (ในระบบลีกปกติไม่มีเพลย์ออฟ) แต่ทีมจากเมืองโคปาโวกูร์ก็เด้งตัวกลับมาผงาดเป็นเจ้าแห่งความสำเร็จในซีซั่น 2022 นี้ แบบที่ทิ้งขาด ไวกิงกูร์ 8 แต้มในลีกปกติ และย้ำแผลทิ้งขาดอีกเช่นกันในรอบเพลย์ออฟชิงแชมป์ การันตีโทรฟี่ตั้งแต่ยังเตะไม่ครบโปรแกรม 

  • ไวกิงกูร์ เรคยาวิค (Vikingur Reykjavik)

ต้นสังกัดแรกสุดของ อาร์นอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น ตำนานแข้งทีมชาติไอซ์แลนด์ยุค 80-90 ผู้ซึ่งเป็นคุณพ่อของ ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น อดีตดาวยิงเชลซี โดย ไวกิงกูร์ เรคยาวิค เป็นเจ้าของแชมป์ลีก 6 สมัย ล่าสุดคือซีซั่นก่อน 2021 ที่เฉือน ไบรดาบลิค แต้มเดียวถ้วน นับเป็นแชมป์แรกในรอบ 30 ปี 

  • เคเอ (Knattspyrnufelag Akureyrar)

ทีมสีสันสดใสเหลือง-น้ำเงิน เลื่อนชั้นจากลีกรองขึ้นมาปักหลักในได้ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา แต่ก็ไม่ได้มีผลงานที่โดเด่นอะไรนัก จบอันดับ 7 เป็นส่วนใหญ่ ส่วนซีซั่น 2022 นี้ ทำดีสุดแค่จบท่อนบนของตาราง ผ่านเข้ารอบชิงแชมป์เพลย์ออฟ (ที่ได้แชมป์เป็น ไบรดาบลิค ไปแล้ว) เท่านั้น 

  • วาลูร์ (Valur)

ทีมเบอร์ 2 ของประเทศ ครองแชมป์ลีก 23 สมัย หนล่าสุดคือปี 2020 เพียงแต่สองซีซั่นหลังผลงานก็ดร็อปลงไป ปีก่อนจบที่ 5 ปีนี้เข้าที่ 4 ในซีซั่นปกติ ก่อนรั้งบ๊วยของรอบเพลย์ออฟชิงแชมป์ (ที่ยังแข่งไม่จบ) ทั้งนี้ วาลูร์ นิยมใช้บริการนักเตะเดนมาร์กมากกว่าทีมอื่น เวลานี้มีอยู่ในทีม 5-6 ราย

  • เคอาร์ (Knattspyrnufelag Reykjavíkur)

ประสบความสำเร็จสูงสุดในประเทศ ครองแชมป์ลีกมามากที่สุดถึง 27 สมัย พร้อมแชมป์บอลถ้วยคัพ 14 หน และ ลีก คัพ อีก 8 รอบ ทั้งนี้ เคอาร์ ก่อตั้งเมื่อ 123 ปีก่อน และเลือกใช้สีขาวดำเป็นสีประจำสโมสรด้วยแรงบันดาลใจจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด นั่นเอง 

  • สไตร์นาน (Ungmennafelag Stjarnan)

ทีมอายุน้อย 62 ปี เจ้าของแชมป์ลีกหนเดียวถ้วน โด่งดังคับโลกโซเชียลจากการผลิตท่าดีใจตอนได้ประตูแบบที่ต้องใช้คำว่า “มหากาพย์” ซึ่งผ่านการคิดค้นและฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี ในเว็บไซต์ YouTube ตอนนี้ คลิปท่าดีใจแบบมัดรวมหลายๆ แบบของพวกเขา มียอดผู้ชมสูงถึงกว่า 5 ล้านวิวทีเดียว 

  • เคฟลาวิค (Knattspyrnudeild Keflavik)

ผ่านเข้าเล่นถ้วยยุโรปอย่างสม่ำเสมอในยุค 70 จนได้เจอกับทีมดังอย่าง เอฟเวอร์ตัน, สเปอร์ส หรือ เรอัล มาดริด ซึ่งก็แพ้สกอร์รวมขาดลอยทุกครั้งไป 2-9, 1-15 และ 0-4 ตามลำดับ ส่วนช่วงหลายปีหลังไม่ค่อยได้ไปแล้ว กลายเป็นตกชั้นลงสู่ดิวิชั่น 1 อยู่บ่อยๆ แทน 

  • ฟราม (Fram Reykjavík)

ได้แชมป์ลีกมาไม่น้อย 18 สมัย แต่หนล่าสุดต้องย้อนไปไกลถึงปี 1990 โน่นเลย จนต้องบอกว่า ฟราม คือทีมเล็กของประเทศไปแล้ว ช่วงหลังตกชั้นลงไปอยู่นาน และซีซั่นที่แล้วเพิ่งได้แชมป์ดิวิชั่น 1 จนคืนสู่พรีเมียร์ลีกสำเร็จในรอบ 7 ปี 

  • ไอบีวี (IBV)

สโมสรอายุ 119 ปี เจ้าของแชมป์ลีก 3 สมัย บอลถ้วย 5 รอบ เคยเป็นข่าวบนหน้าสื่อมาพักหนึ่งจากการได้ตัว เดวิด เจมส์ อดีตนายทวารทีมชาติอังกฤษ และ ลิเวอร์พูล, วิลล่า, เวสต์แฮม, แมนฯ ซิตี้, พอร์ทสมัธ ไปเฝ้าเสา (ควบงานโค้ช) ในซีซั่น 2013 จากการชักชวนของเพื่อนร่วมทีมปอมปีย์อย่าง เฮอร์มัน ฮไรดาร์สสัน นั่นเอง 

  • เลคเนียร์ (Leiknir Reykjavik)

เจ้าของสังเวียนแข้งไซส์เล็กสุดในลีกที่เลื่อขั้นขึ่น ตารางคะแนนไอซ์แลนด์ดิวิชั่น 1  เลคนีร์สโวลลูร์ จุผู้ชมเพียง 1,025 ที่นั่ง เป็นหนึ่งใน 5 สโมสรตัวแทนของเมืองหลวง กรุงเรคยาวิค บนลีกสูงสุด โดยเพิ่งเลื่อนชั้นขึ้น ไม่นานปีมานี้ แต่พวกเขาก็จัดเป็นแหล่งปั้นนักเตะชั้นยอดของประเทศ มีอะคาเดมี่ของเด็กตั้งแต่อายุ 6-18 ขวบทีเดียว 

  • เอฟเอช (FH)

ไม่ได้ประสบความสำเร็จสูงสุดในประเทศ แต่จัดเป็น “มหาอำนาจ” ตัวจริงของบอลยุค 2 ทศวรรษหลัง ที่คว้าแชมป์ลีกได้ถึง 8 สมัย (2004, 2005, 2006, 2008, 2009, 2012, 2015, 2016) คัพ 2 หน จนถึงลีก คัพ อีก 7 รอบ ล่าสุดคือซีซั่นนี้ จนทำให้ได้ไปเล่นถ้วยยุโรปอย่างสม่ำเสมอ…เพียงแต่ก็ตกที่รอบคัดเลือกหรือเพลย์ออฟตลอดๆ 

  • ไอเอ (Ibrottabandalag Akraness)

แชมป์ลีก 18 สมัยที่ห่างเหินโทรฟี่มาเกินกว่า 20 ปีแล้ว (ล่าสุด 2001) มีความน่าสนใจตรงที่เคยใช้บริการ “กุนซือชาวอังกฤษ” ยาวนานระหว่างปี 1974-1986 เริ่มจาก จอร์จ เคอร์บี้ (1974-75), ไมค์ เฟอร์กูสัน (1976), เคอร์บี้ รอบสอง (1977-78), เคล้าส์ ฮิลเพิร์ต (เยอรมัน 1979), เคอร์บี้ รอบสาม (1980), สตีฟ ฟลีท (1981), เคอร์บี้ รอบสี่ (1982), โฮรูร์ เฮลกาสัน (1983-85), จิม บาร์รอน (1986) รวมถึง จอร์จ เคอร์บี้ คุมรอบห้าในปี 1990 ด้วย.